Skip to main content

Story of Kumphakosok

 เรื่องกุมภโฆสก




พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภเศรษฐีชื่อกุมภโฆสก ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 24 นี้

ครั้งหนึ่งได้เกิดโรคระบาดชนิดหนึ่งในกรุงราชคฤห์ ในบ้านของเศรษฐีประจำเมืองนี้ผู้หนึ่ง พวกคนใช้ตายด้วยโรคนี้ทั้งหมด เศรษฐีและภรรยาก็ติดเชื้อของโรคนี้เช่นกัน เมื่อทั้งสองคนเห็นว่าจะไม่รอดชีวิตแน่ ก็จึงได้บอกนายกุมภโกสกบุตรชายให้หนีออกจากบ้านไป แล้วค่อยกลับมาเมื่อโรคระบาดนี้สงบลงแล้ว ทั้งสองสามีภรรยาได้บอกกับบุตรชายถึงสถานที่ที่พวกตนได้ฝังทรัพย์จำนวน 40 โกฏิเอาไว้ด้วย เมื่อบุตรชายของเศรษฐีออกจากเมืองราชคฤห์ไปแล้วก็ได้เข้าไปอยู่ในป่าเป็นเวลา 12 ปีแล้วกลับมาที่กรุงราชคฤห์อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อตอนกลับมาคราวนี้บุตรชายเศรษฐีเป็นหนุ่มใหญ่และไม่มีผู้ใดในเมืองจดจำเขาได้ เขาได้ไปยังสถานที่ที่บิดามารดาบอกว่าได้ฝังทรัพย์เอาไว้นั้นและก็ได้พบว่าทรัพย์เหล่านั้นยังคงมีอยู่ แต่เขามีความคิดว่าเมื่อไม่มีใครจำเขาได้เช่นนี้แล้ว หากเขาไปขุดทรัพย์ที่ฝังเอาไว้นั้นขึ้นมาและใช้สอยทรัพย์นั้น ผู้คนก็จะพากันคิดว่าเขาเป็นคนยากจนแต่ไปพบขุมทรัพย์โดยความบังเอิญและก็จะรายงานให้พระราชาทรงทราบ ซึ่งหากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นมาทรัพย์ของเขาก็จะถูกยึดเป็นของหลวง และตัวเขาเองก็ถูกจองจำไว้ในคุกด้วย ดังนั้นเขาจึงตกลงใจว่ายังไม่ถึงเวลาที่เขาจะไปขุดเอาทรัพย์นั้นขึ้นมาใช้สอย แต่เขาจะไปรับจ้างหาเงินมาเลี้ยงชีวิตไปพลางๆก่อน เขาจึงแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าปอนๆ ไปเที่ยวรับจ้างขายแรงงานกินตามอัตภาพ โดยเขาได้ไปรับจ้างเป็นยามคอยปลุกคนให้ลุกขึ้นในตอนเช้า และคอยเดินไปประกาศให้คนทั้งหลายได้รู้ว่าเวลานั้นเวลานี้เป็นเวลาจัดเตรียมอาหาร เวลาเตรียมเกวียน เวลาเอาโคมาเทียมเกวียน เป็นต้น

เช้าวันหนึ่ง พระเจ้าพิมพิสารทรงสดับเสียงประกาศของนายกุมภโฆสก เนื่องจากพระองค์ทรงมีความรู้ในเรื่องเสียงของคน จึงตรัสว่า " นั่นเป็นเสียงของคนที่มีทรัพย์มาก” หญิงรับใช้ของพระราชาคนหนึ่งเมื่อได้ฟังพระราชาตรัสเช่นนั้น จึงได้ส่งคนคนหนึ่งไปทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในทางลับ ชายคนนั้นกลับมารายงานว่าชายหนุ่มเจ้าของเสียงเป็นเพียงผู้ขายแรงงานธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้นเอง แม้ว่าจะทรงได้รับรายงานเช่นนี้แต่พระราชาก็ยังทรงย้ำพระดำรัสเดิมสองวันติดต่อกัน และก็ได้มีการส่งคนไปเสาะหาความจริงแต่ก็ได้รับรายงานเช่นเดิมอีก พอถึงคราวนี้หญิงรับใช้ของพระราชาคิดว่าเรื่องนี้แปลกประหลาดมาก นางจึงรับอาสาพระราชาไปทำการสืบข่าวด้วยตนเอง ซึ่งพระราชาก็ทรงยินยอมให้กระทำได้

นางคนใช้ของพระราชาได้ปลอมตัวเป็นคนบ้านนอกพร้อมกับบุตรสาวเดินทางไปที่ย่านที่พำนักของพวกขายแรงงาน เมื่อไปถึงก็ได้บอกว่าพวกตนเป็นคนเดินทางมาจากบ้านนอกไม่มีที่พักแรมอยากจะขอพักแรมในบ้านของนายกุมภโกสกสักคืนหนึ่ง แต่พอพักคืนหนึ่งแล้วก็หาเลศนัยพักอยู่ต่อไปอีกลายคืน ในระหว่างนั้นหญิงรับใช้ของพระราชาได้วางแผนทูลพระราชาให้ทรงประกาศให้มีการจัดพิธีกรรมอย่างหนึ่งขึ้นในย่านของผู้ใช้แรงงานนั้น ซึ่งผู้ใช้แรงงานทุกบ้านจะต้องบริจาคเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานครั้งนี้ ข้างนายกุมภโฆสกหาเงินสดมาบริจาคไม่ได้ สถานการณ์บังคับทำให้เขาต้องไปนำเงินเหรียญกหาปณะส่วนหนึ่งจากขุมทรัพย์ที่ฝังไว้นั้นมาบริจาค เมื่อเขาเอาเหรียญกหาปณะเหล่านี้มายื่นให้หญิงรับใช้ของพระราชา นางจึงกันเอาเหรียญเหล่านั้นแยกไว้ต่างหากแล้วเอาเงินของนางใส่ไปไว้แทน จากนั้นได้นำเหรียญเหล่านั้นส่งไปถวายพระราชา หลังจากนั้นไม่นานนางก็ทูลให้พระราชาส่งเจ้าหน้าที่ราชบุรุษมาคุมตัวของนายกุมภโฆสกเข้าไปสอบสวนในพระราชวัง นายกุมภโฆสกติดตามเจ้าหน้าที่ไปโดยไม่เต็มใจ ทั้งนี้โดยที่นางหญิงคนใช้ กับบุตรสาวได้เดินทางเข้าไปในพระราชวังล่วงหน้าเพื่อเป็นพยานเรียบร้อยแล้ว

ที่พระราชวังพระราชาได้ตรัสบอกนายกุมภโฆสกให้พูดความจริงออกมาทั้งหมด โดยที่พระองค์ได้ทรงให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีโทษใดๆเกิดขึ้นในเรื่องนี้ นายกุมภโฆสกเมื่อจนด้วยประจักษ์พยานจึงได้รับสารภาพว่าทรัพย์เหล่านั้นเป็นของตน และว่าตนเป็นบุตรของเศรษฐีกรุงราชคฤห์ที่ได้เสียชีวิตจากโรคระบาดเมื่อ 12 ปีก่อน เขาได้ทูลพระราชาได้ทราบถึงที่ซ่อนทรัพย์เหล่านั้นด้วย ต่อมาทรัพย์ที่ฝั่งไว้เหล่านั้นก็ได้ถูกขุดค้นแล้วขนไปไว้ที่พระราชวัง พระราชาได้แต่งตั้งให้นายกุมภโฆสกเป็นเศรษฐีและได้พระราชทานพระธิดาองค์หนึ่งของพระองค์แก่นายกุมโฆสกด้วย

ต่อมาพระราชาได้ทรงพานายกุมภโฆสกไปเฝ้าพระศาสดาที่วัดพระเวฬุวัน และได้กราบทูลว่านายกุมภโฆสกนี้แม้ว่าจะยังหนุ่มแน่นและร่ำรวยก็ยังหาเงินหาทองเลี้ยงชีวิตด้วยการรับจ้างขายแรงงงาน และได้กราบทูลด้วยว่าพระองค์ได้ทรงสถาปนาเขาไว้ในตำแหน่งเศรษฐีแล้ว

จากนั้นพระศาสดาได้ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 24 ว่า

อุฏฺฐานวโต สติมโต
สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน
สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน
อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติฯ

ยศย่อมเจริญแก่ผู้ขยัน มีสติ
มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วจึงทำ
สำรวมระวัง ดำเนินชีวิตโดยชอบ
และไม่ประมาท.

เมื่อพระธรรมเทศนาจบลง กุมภโฆสกเศรษฐีก็ได้บรรลุพระโสดาปัตติผล ชนเหล่าอื่นเป็นอันมาก ก็บรรลุอริยผลทั้งหลาย มีพระโสดาปัตติผลเป็นต้น พระสัทธรรมเทศนา เป็นประโยชน์แก่มหาชน.

Comments

Popular posts from this blog

พยางค์

การที่เราเปล่งเสียงออกมาจากลำคอครั้งหนึ่ง ๆ นั้น เราเรียกเสียงที่เปล่งออกมาว่า “พยางค์” แม้ว่าเสียงที่เปล่งออกมาจะมีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ตาม เช่น เราเปล่งเสียง “สุ” ถึงจะไม่ รู้ความหมาย หรือไม่รู้เรื่องเราก็เรียกว่า ๑ พยางค์ หากเราเปล่งเสียงออกมาอีกครั้งหนึ่งว่า “กร” จะ เป็น “สุกร” จึงจะมีความหมาย คำว่า “สุกร” ซึ่งเปล่งเสียง ๒ ครั้ง เราก็ถือว่ามี๒ พยางค์ เสียงที่เปล่ง ออกมาครั้งเดียวมีความหมาย เช่น นา หมายถึง ที่ปลูกข้าว เสียงที่เปล่งออกมาว่า “นา” นี้เป็น ๑ พยางค์ ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ ไร่ มี๑ พยางค์ ชาวไร่ มี๒ พยางค์ (ชาว-ไร่) สหกรณ์ มี๓ พยางค์ (สะ-หะ-กอน) โรงพยาบาล มี๔ พยางค์ (โรง-พะ-ยา-บาน) นักศึกษาผู้ใหญ่ มี๕ พยางค์ (นัก-สึก-สา-ผู้-ใหญ่) สหกรณ์การเกษตร มี๖ พยางค์ (สะ-หะ-กอน-การ-กะ-เสด) จากตัวอย่างข้างบนนี้สรุปได้ว่า พยางค์ คือ เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่ง จะมีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ตาม ถ้าเปล่ง เสียงออกมา ๑ ครั้ง ก็เรียก ๑ พยางค์ สองครั้งก็เรียก ๒ พยางค์ องค์ประกอบของพยางค์ พยางค์เกิดจากการเปล่งเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ออกมาพร้อม ๆ กัน พยางค์ที่มี ความหมายอาจจะเป็นพยา...

CSS Comments

Comments are used to explain the code and may help when you edit the source code at a later date. Comments are ignored by browsers. A CSS comment is placed inside the  <style>  element, and starts with  /*  and ends with  */ : Example /* This is a single-line comment */ p  {   color :  red ; } Try it Yourself » You can add comments wherever you want in the code: Example p  {   color :  red ;    /* Set text color to red */ } Try it Yourself » Comments can also span multiple lines:  Example /* This is a multi-line comment */ p  {   color :  red ; } Try it Yourself » HTML and CSS Comments From the HTML tutorial, you learned that you can add comments to your HTML source by using the  <!--...-->  syntax. In the following example, we use a combination of HTML and CSS comments: Example < !DOCTYPE  html > < html > < head > < style > p  {   color : ...

อักษรควบ

คำควบกล้ำ ( อักษรควบ ) หมายถึง พยัญชนะสองตัวเขียนเรียงกันอยู่ต้นพยางค์ และใช้สระเดียวกัน เวลาอ่านออกเสียงกล้ำเป็นพยางค์เดียวกัน เสียงวรรณยุกต์ของพยางค์นั้นจะผันเป็นไปตามเสียงพยัญชนะตัวหน้า คำควบกล้ำ ( อักษรควบ ) มี 2 ชนิด คือ คำควบแท้ ได้แก่ พยัญชนะ ร ล ว ควบกับพยัญชนะตัวหน้า ประสมสระตัวเดียวกัน เวลาอ่านออกเสียงพยัญชนะทั้งสองตัวพร้อมกัน เช่น พยัญชนะต้นควบกับ ร ได้แก่ ครู เพราะ ครัว กรน ปรวนแปร ขรุขระ พระ ตรง ครั้ง กราบ โปรด ปรักปรำ ครื้นเครง เคร่งครัด ครอบ ปรอย กรอง พยัญชนะต้นควบกับ ล ได้แก่ เปล่า ปลีก คลาน คลุก เคล้า เปลี่ยนแปลง กลบ กลม เพลิดเพลิน เกลี้ยกล่อม เกลียวคลื่น คล่องแคล่ว เกล้า พยัญชนะต้นควบกับ ว ได้แก่ กวาด ขวาน ควาย ขวิด แคว่งคว้าง แขวน ขวนขวาย คว่ำ ควาญ แกว่งไกว ความ แคว้น ขวัญ ควัน คำควบไม่แท้ ได้แก่ พยัญชนะ ร ควบกับพยัญชนะตัวหน้าประสมสระตัวเดียวกัน เวลาอ่านไม่ออกเสียง ร ออกเสียงเฉพาะตัวหน้าหรือมิฉะนั้นก็ออกเสียง เป็นเสียงอื่นไป คำควบไม่แท้ที่ออกเสียงเฉพาะพยัญชนะตัวหน้า ได้แก่พยัญชนะ จ ซ ศ ส ควบกับ ร เช่น จริง ไซร้ เศร้า ศรี ศรัทธา สร้าง เสริม สร้อย สระ สรง สร่าง คำควบไม...