Skip to main content

Story of Atola Layman

 เรื่องอตุลอุบาสก




พระศาสดา  เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน  ทรงปรารภอุบาสกชื่ออตุละ  ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า  โปราณเมตํ  เป็นต้น

อตุลอุบาสก  เป็นชาวกรุงสาวัตถี  มีอุบาสกเป็นบริวาร  500 คน  วันหนึ่งพาอุบาสกเหล่านั้นไปที่วัดพระเชตะวัน  เพื่อต้องการจะฟังธรรม  ได้ไปพบพระเรวตเถระเป็นองค์แรก  พระเรวตเถระเป็นพระชอบปลีกวเวก  ชอบเที่ยวไปองค์เดียว  ไม่ค่อยจะสุงสิงกับใคร  ท่านจึงไม่พูดอะไรกับอตุลอุบาสกและบริวาร  ทำให้อตุลอุบาสกโกรธ  พาบริวารไปพบกับพระสารีบุตรเถระ  พระสารีบุตรเถระจึงได้แสดงเรื่องอภธรรมให้ฟังอย่างละเอียดและยืนยาวมาก  อตุลอุบกก็โกรธอีก  บอกว่าทำไมแสดงธรรมเสียยืดยาว  จึงพาบริวารเดินทางไปพบพระอานนทเถระ  พระอานนทพุทธอุปัฏฐาก  แม้ว่าจะเชี่ยวชาญทางด้านพหูสูต  แต่ก็ได้แสดงธรรมแต่เพียงสั้นๆและที่เข้าใจได้ง่ายๆให้ฟัง  อตุลอุบาสกก็โกรธอีก  ได้พาบริวารไปเฝ้าพระศาสดา  กราบทูลถึงพฤติกรรมของพระเถระแต่ละรูป  คือของ พระเรวตเถระที่ไม่ยอมพูดจาอะไร  ของพระสารีบุตรที่แสดงธรรมที่ยาวและยาก  และของพระอานนท์ที่แสดงธรรมที่สั้นและง่ายจนเกนไป  พระศาสดาได้ตรัสว่า  “อตุละ  ข้อนั้น  เขาเคยประพฤตกันมาตั้งแต่โบราณทีเดียว  ชนทั้งหลายติเตียน  ทั้งคนนิ่ง  ทั้งคนพูดมาก  ทั้งคนพูดน้อยทีเดียว  ด้วยว่า  ผู้อันเขาพึงติเตียนอย่างเดียวเท่านั้น  หรือว่า  ผู้อันเขาพึงสรรเสริญอย่างเดียว  ไม่มีเลย  แม้พระราชาทั้งหลาย  คนบางพวกก็นินทา  บางพวกก็สรรเสริญ  แผ่นดินใหญ่ก็ดี  พระจันทร์และพระอาทิตย์ก็ดี  ธาตุมีอากาศเป็นต้นก็ดี  คนบางพวกนินทา  บางพวกสรรเสริญ  แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผู้ประทับนั่งแสดงธรรมในท่ามกลางบริษัท 4  คนบางพวกนินทา  บางพวกสรรเสริญ  ก็การนินทาหรือสรรเสริญของพวกอันธพาลไม่เป็นประมาณ  แต่ผู้ที่ถูกบัณฑิตผู้มีปัญญาติเตียน  จึงชื่อว่า  เป็นอันติเตียน  ผู้อันบัณฑิตสรรเสริญแล้ว  ชื่อว่าเป็นอันสรรเสริญ”

จากนั้น  พระศาสดาได้ตรัสพระธรรมบท  พระคาถานี้ว่า

โปราณเมตํ  อตุล
เนตํ  อชฺชตนามิว
นินฺทนฺติ  ตุณฺหีมาสีนํ
นินฺทนฺติ  พหุภาณินํ
มิตภาณึปิ  นินฺทนฺติ
นตฺถิ โลเก  อนินฺทิโต ฯ

น  จาหุ  น  จ  ภวิสฺสติ
น  เตรหิ  วิชฺชติ
เอกนฺตํ  นินฺทิโต  โปโส
เอกนฺตํ  วา  ปสํสิโต
ยญเจ  วิญฺญู  ปสํสนฺติ
อนุวิจจ  สุเว  สุเว  ฯ

อจฺฉิทฺทวุตฺตึ  เมธาวึ
ปญญาสีลสมาหิตํ
นิกฺขํ  ชมฺโพนทสฺเสว
โก  ตํ  นินฺทิตุมรหติ
เทวาปิ  นํ  ปสํสนฺติ
พรหฺมุนาปิ   ปสํสิโต  ฯ



อตุละ  การนินทาหรือการสรรเสริญนั่น เป็นของเก่า
นั่นไม่ใช่เป็นเหมือนมีในวันนี้
ชนทั้งหลาย  ย่อมนินทาผู้นั่งนิ่งบ้าง
ย่อมนินทาผู้พูดมากบ้าง
ย่อมนินทาผู้พูดพอประมาณบ้าง
ผู้ไม่ถูกนินทา  ไม่มีในโลก.

คนถูกนินทาโดยส่วนเดียว
หรือว่าอันเขาสรรเสริญโดยส่วนเดียว
ไม่ได้มีแล้ว  จักไม่มี
และไม่มีอยู่ในบัดนี้  ฯ

หากว่าวิญญูชนใคร่ครวญแล้วทุกๆวัน
สรรเสริญผู้ใด  ซึ่งมีความประพฤติไม่ขาดสาย
มีปัญญา  ผู้ตั้งมั่นด้วยปัญญาและศีล
ใครเล่าย่อมควร  เพื่อติเตียนผู้นั้น
ผู้เป็นดังแท่งทองชมพูนุท
แม้เทพดาทั้งหลาย  ก็สรรเสริญเขา
ถึงพรหม  ก็สรรเสริญแล้ว.


เมื่อพระธรรมเทศนาจบลง  อุบาสกเหล่านั้นทั้ง  500  บรรลุโสดาปัตตผล.

Comments

Popular posts from this blog

พยางค์

การที่เราเปล่งเสียงออกมาจากลำคอครั้งหนึ่ง ๆ นั้น เราเรียกเสียงที่เปล่งออกมาว่า “พยางค์” แม้ว่าเสียงที่เปล่งออกมาจะมีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ตาม เช่น เราเปล่งเสียง “สุ” ถึงจะไม่ รู้ความหมาย หรือไม่รู้เรื่องเราก็เรียกว่า ๑ พยางค์ หากเราเปล่งเสียงออกมาอีกครั้งหนึ่งว่า “กร” จะ เป็น “สุกร” จึงจะมีความหมาย คำว่า “สุกร” ซึ่งเปล่งเสียง ๒ ครั้ง เราก็ถือว่ามี๒ พยางค์ เสียงที่เปล่ง ออกมาครั้งเดียวมีความหมาย เช่น นา หมายถึง ที่ปลูกข้าว เสียงที่เปล่งออกมาว่า “นา” นี้เป็น ๑ พยางค์ ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ ไร่ มี๑ พยางค์ ชาวไร่ มี๒ พยางค์ (ชาว-ไร่) สหกรณ์ มี๓ พยางค์ (สะ-หะ-กอน) โรงพยาบาล มี๔ พยางค์ (โรง-พะ-ยา-บาน) นักศึกษาผู้ใหญ่ มี๕ พยางค์ (นัก-สึก-สา-ผู้-ใหญ่) สหกรณ์การเกษตร มี๖ พยางค์ (สะ-หะ-กอน-การ-กะ-เสด) จากตัวอย่างข้างบนนี้สรุปได้ว่า พยางค์ คือ เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่ง จะมีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ตาม ถ้าเปล่ง เสียงออกมา ๑ ครั้ง ก็เรียก ๑ พยางค์ สองครั้งก็เรียก ๒ พยางค์ องค์ประกอบของพยางค์ พยางค์เกิดจากการเปล่งเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ออกมาพร้อม ๆ กัน พยางค์ที่มี ความหมายอาจจะเป็นพยา...

CSS Comments

Comments are used to explain the code and may help when you edit the source code at a later date. Comments are ignored by browsers. A CSS comment is placed inside the  <style>  element, and starts with  /*  and ends with  */ : Example /* This is a single-line comment */ p  {   color :  red ; } Try it Yourself » You can add comments wherever you want in the code: Example p  {   color :  red ;    /* Set text color to red */ } Try it Yourself » Comments can also span multiple lines:  Example /* This is a multi-line comment */ p  {   color :  red ; } Try it Yourself » HTML and CSS Comments From the HTML tutorial, you learned that you can add comments to your HTML source by using the  <!--...-->  syntax. In the following example, we use a combination of HTML and CSS comments: Example < !DOCTYPE  html > < html > < head > < style > p  {   color : ...

อักษรควบ

คำควบกล้ำ ( อักษรควบ ) หมายถึง พยัญชนะสองตัวเขียนเรียงกันอยู่ต้นพยางค์ และใช้สระเดียวกัน เวลาอ่านออกเสียงกล้ำเป็นพยางค์เดียวกัน เสียงวรรณยุกต์ของพยางค์นั้นจะผันเป็นไปตามเสียงพยัญชนะตัวหน้า คำควบกล้ำ ( อักษรควบ ) มี 2 ชนิด คือ คำควบแท้ ได้แก่ พยัญชนะ ร ล ว ควบกับพยัญชนะตัวหน้า ประสมสระตัวเดียวกัน เวลาอ่านออกเสียงพยัญชนะทั้งสองตัวพร้อมกัน เช่น พยัญชนะต้นควบกับ ร ได้แก่ ครู เพราะ ครัว กรน ปรวนแปร ขรุขระ พระ ตรง ครั้ง กราบ โปรด ปรักปรำ ครื้นเครง เคร่งครัด ครอบ ปรอย กรอง พยัญชนะต้นควบกับ ล ได้แก่ เปล่า ปลีก คลาน คลุก เคล้า เปลี่ยนแปลง กลบ กลม เพลิดเพลิน เกลี้ยกล่อม เกลียวคลื่น คล่องแคล่ว เกล้า พยัญชนะต้นควบกับ ว ได้แก่ กวาด ขวาน ควาย ขวิด แคว่งคว้าง แขวน ขวนขวาย คว่ำ ควาญ แกว่งไกว ความ แคว้น ขวัญ ควัน คำควบไม่แท้ ได้แก่ พยัญชนะ ร ควบกับพยัญชนะตัวหน้าประสมสระตัวเดียวกัน เวลาอ่านไม่ออกเสียง ร ออกเสียงเฉพาะตัวหน้าหรือมิฉะนั้นก็ออกเสียง เป็นเสียงอื่นไป คำควบไม่แท้ที่ออกเสียงเฉพาะพยัญชนะตัวหน้า ได้แก่พยัญชนะ จ ซ ศ ส ควบกับ ร เช่น จริง ไซร้ เศร้า ศรี ศรัทธา สร้าง เสริม สร้อย สระ สรง สร่าง คำควบไม...